12BET จับตา!บิ๊กยูเวนตุสบินคุยขายมานด์ซูคิชกับแมนยู ซานโช่เผยอนาคตกับดอร์ทมุนด์อยู่ต่อหรือพอแค่นี้?

12BET จับตา!บิ๊กยูเวนตุสบินคุยขายมานด์ซูคิชกับแมนยู

12BET ลา สแตมป้า สื่อของเมืองตูริน ตีข่าว ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผอกีฬา ยูเวนตุส เหินฟ้ามาคุยกับบอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงเรื่องการขาย มาริโอ มานด์ซูคิช ให้กับอีกฝ่าย และมันอาจจะมีการเจรจาในเรื่องอื่นๆ ด้วย

12BET

 

ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผู้อำนวยการกีฬาของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ เพื่อพูดคุยกับคนใหญ่คนโตของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับเรื่องการย้ายทีมในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบสอง

ช่วงเดือนมกราคมนี้ของ มาริโอ มานด์ซูคิช หัวหอกประสบการณ์สูงของ “เบียงโคเนรี่” ตามรายงานของ ลา สแตมป้า สื่อดังประจำเมืองตูรินมานด์ซูคิช ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแล้ว และถึงแม้แข้งวัย 33 ปี

จะอดย้ายทีมในตอนนั้น แต่เขาก็ยังมีข่าวกับ “ปีศาจแดง” อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ดยังอยากมีตัวเลือกในแดนหน้าเยอะกว่าปัจจุบัน เพราะตอนนี้ในตำแหน่งกองหน้าอาชีพมีแค่ มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด เท่านั้น ขณะที่ มานด์ซูคิช ก็ต้องการบอกลา ยูเวนตุส เต็มแก่แล้ว เนื่องจากซีซั่นนี้ยังไม่ได้ลงเล่นให้ทีมแม้แต่นัดเดียวเชื่อกันว่าค่าตัวในการย้ายทีม

ของ มานด์ซูคิช จะอยู่ที่ 13 ล้านปอนด์ (ประมาณ 494 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ลา สแตมป้า เสริมว่านอกจากจะเจรจาเรื่องขาย มานด์ซูคิช แล้วนั้น ปาราติชี่ ยังอาจจะขอคุยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงเรื่องการดึง ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสกลับไปอยู่กับทีมด้วย หลังจากที่ ป็อกบา มีข่าวเรื่องย้ายทีมทั้งกับ ยูเวนตุส และ เรอัล มาดริด ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ของปีนี้แล้ว แต่เป็นที่เชื่อกันว่าฝั่ง “ปีศาจแดง” ก็ไม่สนใจที่จะคุยเรื่องการขายดาวเตะเลือดน้ำหอมแต่อย่างใดทั้งนี้

แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะใช้โอกาสนี้ในการคุยเพื่อขอดึง เมรีห์ เดมิรัล กองหลังดาวรุ่งของ ยูเวนตุส มาร่วมทัพเช่นกัน หลังจากที่พวกเขาแอบเหล่แข้งวัย 21 ปีมาพักหนึ่งแล้ว โดยที่ เดมิรัล ก็กำลังเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะเพิ่งได้ลงเล่นไปเพียง 1 เกมจากทุกรายการ นับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก ซาสซูโอโล่ ด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร (ประมาณ 612 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

12BET ตัดสินใจครั้งสำคัญ!ซานโช่เผยอนาคตกับดอร์ทมุนด์อยู่ต่อหรือพอแค่นี้?

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ตีข่าว เจดอน ซานโช่ ปีกอนาคตไกลของ ดอร์ทมุนด์ อยากบอกลาทีมหลังจบซีซั่นนี้ ภายหลังโดนคนใหญ่คนโตจ้องเล่นงานบ่อยครั้ง โดยที่ ลิเวอร์พูล เป็นทีมล่าสุดที่ลงมาล่าตัวเขาแบบจริงจัง

12BET

เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ต้องการย้ายออกจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า หลังจากไม่พอใจกับสถานการณ์ในปัจจุบันเพราะมองว่าตัวเอง

ได้รับการปฏิบัติที่ย่ำแย่จากทีม ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี  หลังย้ายจากอะคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ ในปี 2017 ซานโช่ ก็ได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ “เสือเหลือง” ในบางนัดของฤดูกาล 2017-18

ก่อนจะเล่นได้น่าประทับใจจนได้เป็นกำลังหลักของทีมในซีซั่นต่อมา ซึ่งในฤดูกาล 2018-19 เขาก็ระเบิดฟอร์มโหดด้วยการทำไป 13 ประตู กับอีก 19 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 43 นัดในทุกรายการ ส่วนซีซั่นนี้เขาก็ยังเล่นได้โดดเด่น จากการทำไป 8 แอสซิสต์ และอีก 4 ประตู

จากการลงเล่นในทุกรายการ 16 เกม อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้คนใหญ่คนโตของทีมดูเหมือนจะตั้งใจเล่นงาน ซานโช่ หลายครั้ง อย่างเช่นการที่เขาโดนสั่งปรับเงิน 86,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.26 ล้านบาท) เพราะผู้บริหารของ ดอร์ทมุนด์

มองว่าเขากลับมารายงานตัวซ้อมกับทีมหลังจบโปรแกรมเกมทีมชาติช้าเกินไป, การโดนสั่งให้ซ้อมเพิ่มอยู่คนเดียว, การที่ มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของทีมออกมาตำหนิเขาต่อหน้าสื่อ, การที่ ลูเซียง ฟาฟร์ เทรนเนอร์ของทีมจวกเขาในที่สาธารณะ

และการที่ ฟาฟร์ เปลี่ยนตัวเขาในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ แพ้ บาเยิร์น 0-4 เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หลังจากเตะไปได้เพียง 36 นาทีเท่านั้น เป็นต้น โดยที่จริงแข้งวัย 19 ปี ยอมรับผิดในกรณีที่โดนปรับเงินจากการกลับมารายงานตัวซ้อมสาย แต่ในประเด็นอื่นๆ เขามองว่ามันไม่เหมาะสมเท่าไหร่

ทั้งนี้ บางฝ่ายเชื่อว่าการที่คนใหญ่คนโตของ ดอร์ทมุนด์ ทำแบบนั้นเป็นเพราะพวกเขาทำใจยอมรับแล้วว่าจะต้องปล่อย ซานโช่ ออกจากทีม จนทำให้ไม่ปฏิบัติกับดาวเตะชาวอังกฤษแบบรักใคร่เหมือนแต่ก่อน โดยว่ากันว่า ดอร์ทมุนด์ เริ่มมองหาตัวแทนของเขาแล้วด้วย

เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ ซานโช่ ไม่มีความสุข และอยากบอกลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะยังเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 ก็ตาม โดยมีรายงานระบุด้วยว่า ลิเวอร์พูล เป็นทีมล่าสุดที่ให้ความสนใจในตัวเขาอย่างจริงจัง หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวมีข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมอยู่แล้ว อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นต้น

 

 เทียบสถิติ’แม็กไกวร์-โซยุนชู’ ใครดีใครด้อยกว่า?

เปรียบเทียบสถิติส่วนตัวระหว่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด และ ชักลาร์ โซยุนชู ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ว่าใครโชว์ฟอร์มได้ดีกว่ากัน ทั้งในสมัยที่ปราการหลังทีมชาติอังกฤษลงเล่นให้เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด ซีซั่นนี้

12BET

    เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องเสียปราการหลังตัวคัญอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พร้อมทำให้เขากลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันที ซึ่งจากค่าตัวมหาศาลดังกล่าว

เป็นการตอกย้ำว่าดาวเตะทีมชาติอังกฤษทำผลงานให้ทัพ “จิ้งจอก” ได้สุดยอดขนาดไหน และคาดว่าอดีตแชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย จะใช้เงินที่ได้จากค่าตัว แม็กไกวร์ ไปสรรหาปราหลังคนใหม่ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพื่อมาทดแทนช่องว่างที่ขาดหายไป

อย่างไรก็ตาม เบรนแดน รอดเจอร์ส เลือกที่จะให้โอกาสกับทรัพยากรที่อยู่ในมือคือ ชักลาร์ โชยุนชู ซึ่งสุดท้ายเจ้าตัวก็ตอบทนความไว้วางใจของกุนซือเลือดสกอตได้อย่างคุ้มค่าพร้อมเป็นส่วนสำคัญพาทีม “จิ้งจอก” ทำผลงานสุดยอด

ด้วยการขึ้นมารั้งรองจ่าฝูงของตาราง และยังมีสถิติเป็นหนึ่งในทีมที่มีเกมรับดีที่สุดเป็นอันดับสอง แนวรับชาวเติร์กเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาดีพอที่จะทดแทนสิ่งที่ แม็กไกวร์ ทำไว้ได้แบบไร้กังขาทำให้เจ้าตัวกลายเป็นขวัญใจคนใหม่

ของแฟนบอลเลสเตอร์ได้รวดเร็ว  “แม็กไกวร์ เราไม่ต้องการคุณ” นี่คือเสียงจากแฟนๆในถิ่นคิง เพาเวอร์ ที่ส่งเสียงตะโกนเพื่อสนับสนุนขวัญใจคนใหม่ของพวกเขา โดยเรามีการรวบรวมสถิติส่วนตัวต่างๆของทั้งสองคนมาเปรียบเทียบว่าใครจะทำได้ดีกว่ากัน

หากนำทั้งคู่มาเปรียบเทียบผลงานกันนับเฉพาะในฤดูกาลนี้ หลังจากผ่าน 11 เกมในลีก ในเรื่องการเข้าสกัดบอลอย่างแม่นยำเป็น โซยุนชู ที่ทำได้ดีกว่าที่ 1.6 ครั้งต่อเกม มากกว่า แม็กไกวร์ นิดหน่อยจากการทำไป 1.5 ครั้งต่อเกม ส่วนจุดเด่นของแนวรับ

ชาวทีมชาติตุรกีนั้นมีทีเด็ดอยู่ที่การเข้าปะทะมีอัตราการชนะอยู่ที่ 1.8 หนต่อเกม มากกว่าแนวรับทีมชาติอังกฤษที่ทำได้ 0.36 หนต่อเกมเท่านั้น ส่วนในเรื่องการเคลียร์บอล โซยุนชู ก็ยังทำได้ดีกว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.5 หนต่อเกม มากกว่า แม็กไกวร์

ที่ทำได้ 4.1 หนต่อเกม ด้านการบล็อก โซยุนชู มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.6 ต่อเกมมากกว่า แม็กไกวร์ อยู่ 0.1 หน อย่างไรก็ตามการการเอาชนะในการดวลลูกกลางอากาศ แม็กไกวร์ ทำได้ดีกว่า เล็กน้อยที่ 3.7 หนต่อเกม โดย โซยุนชู ทำได้ 3.6 หนต่อเกม 

และหากนำสถิติของ แม็กไกวร์ ในสมัยที่เล่นให้ เลสเตอร์ ฤดูกาล 2018/19 มาวัดกับ โซยุนชู ในฤดูกาลนี้นั้นมันแสดงให้เห็นว่าอดีตแนวรับไฟร์บวร์กเข้ามาทดแทน แม็กไกวร์ ได้แบบหมดจดจริงๆ โดยเฉพาะสถิติเรื่องการเสียประตู ในการลงเล่น 31 เกมในลีกของ แม็กไกวร์ ฤดูกาลที่แล้วปรากฏว่า เลสเตอร์ เก็บคลีนชีตได้เพียง 6 เกมเท่านั้นพร้อมกับเสียไป 40 ประตู

สวนทางกับ โซยุนชู ที่ในซีซั่นนี้ลงเล่นไป 11 นัดและเก็บไปได้ถึง 4 คลีนชีต  ซึ่งคิดเป็นค่าเฉลี่ยการเก็บคลีนชีตอยู่ที่ 19.4 เปอร์เซ็นต์ และทำได้ด้อยกว่า โซยุนชู จาก 36.4 เปอร์เซ็นต์ ที่เขาลงเล่นในซีซั่นนี้  

เรื่องดังกล่าวทำให้ โซยุนชู นั้นมีสถิติการเสียประตูต่อเกมเมื่อเขาอยู่ในสนามที่ 0.73 ซึ่งดีกว่า แม็กไกวร์ ที่ทำได้ 1.4 ครั้งต่อเกม โดยจะมีเพียงเรื่องเดียวที่ยังเป็นรองแนวรับ “ปีศาจแดง” คือการป้องกันลูกกลางอากาศ ซึ่งเป็นจุดเด่นของกองหลังส่วนสูง 194 เซนติเมตร ที่ทำไว้กับทีม “จิ้งจอก” อัตราเฉลี่ย 78.1 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็น 4.1 ครั้งต่อเกมมากกว่า โซยุนชู ที่ทำได้ 3.6 ครั้งต่อเกมเท่านั้น 

นอกจากสถิติการป้องกันที่สำคัญของผู้เล่นเกมรับแล้ว คนเป็นกองหลังมันต้องผ่านบอลได้ดีในระดับหนึ่งด้วยเพื่อที่จะได้ไม่เสียบอลในแดนของตัวเองจนทำให้เสี่ยงเสียประตูง่ายๆ ซึ่งในด้านนี้ โซยุนชู ทำได้ดีกว่ามีค่าเฉลี่ยจ่ายบอลต่อเกมที่ 68.2 ครั้งต่อเกม ส่วน แม็กไกวร์ ที่ทำได้ 60.5 ครั้งต่อเกม  @ufa-123

สุดท้ายนี้จะเห็นได้ว่า โซยุนชู นั้นมีศักยภาพที่ดีพอในการเข้ามาทดแทน แม็กไกวร์ ได้ในระยะยาวหากเขาสามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้ต่อเนื่อง และกลายเป็นหัวใจสำคัญที่มีส่วนในการพา เลสเตอร์ บินสูงได้ในฤดูกาลนี้  ติดต่อเรา